Saturday, January 08, 2011

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันสำคัญในประเทศไทยตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป (วันจันทร์) มีการให้ คำขวัญวันเด็ก ทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

ประวัติ
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ

รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้

J-20 เครื่องบินรบล่องหนรุ่นใหม่ของจีน

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนอีกครั้ง ในด้านการผลิตเครื่องบินรบล่องหนลำแรกของจีนที่ถูกนำมาทดสอบจริงเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ถ่ายการทดสอบเครื่องบินรบล่องหนของจีนไว้ได้และถูกนำมาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูป (YouTube) โดยเครื่องบินรบรุ่นนี้เป็นรุ่น J-20 นามเรียกขานว่า Black Eagle หรือ อินทรีย์ดำ



J-20 นี้แต่เดิมอยู่ในชื่อของโครงการว่า J-XX ซึ่งริเริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 โดยเริ่มสร้างเครื่องต้นแบบจำนวน 2 เครื่องในช่วงปี 2001 และ 2002 จนมาแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2010ที่ผ่านมา และเริ่มการทดสอบการบิน ทดสอบอุปกรณ์การบินต่างๆเมื่อปลายปี 2010 ทั้งนี้มีการคาดการณ์กันว่าจะถูกเข้าประจำการในปี 2017-2019 โดยคาดว่าจะเข้ามามีบทบาทเพื่อเป็นเครื่องบินแบบเอนกประสงค์หลายภารกิจ เช่นเดียวกับ F-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐ โดย J-20 จะเป็นเครื่องบินเชิงรุกเช่นเดียวกับ F-22 Rapter,F-35 และ Su T-50 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องบินรบที่มีเทคโนโลยีล่องหน (Stealth)

เครื่องบินรบรุ่น J-20 นี้จะสามารถบรรทุกอาวุธและเชื้อเพลิงมากกว่า F-22 นั่นจะทำให้พิสัยทำการและจำนวนอาวุธจะมีมากกว่าเครื่อง F-22 ทำให้ภารกิจของเครื่องบิน J-20 มีความหลากหลายตามไปกับความสามารถในการบรรทุกที่มากกว่าและพิสัยการบินที่ไกลกว่า ซึ่งจากรูปภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตทีผ่านมาพบว่าโครงสร้างอากาศยานมีความคล้ายคลึงกับ F-35 ค่อนข้างมากขณะที่มีขนาดลำตัวเครื่องบินมีขนาดใหญ่กว่า F-22 ไม่มากนักซึ่งเครื่องที่ทำการทดสอบคาดว่าใช้เครื่องยนต์แบบ Saturn117s ที่ผลิตในรัสเซียจำนวน 2 เครื่องยนต์ ระบบเรดาห์เป็นแบบ Active Electronically Scanned Array (AESA)
โดยเครื่องบินรบ J-20 นี้ถูกพัฒนาและสร้างโดยบริษัท Chengdu Aircraft Industry Group (CAC) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอากาศยานชั้นนำของรัฐบาลจีนที่ผลิตเครื่องบินรบออกมาหลายแบบทั้ง JF-17 , J-7 (ทั้งสองรุ่นเป็นเครื่องบินรบส่งออกของจีน)

การที่จีนสามารถผลิตเครื่องบินรบประสิทธิภาพสูงและล่องหนได้จะทำให้จีนมีความมั่นใจในกำลังทางอากาศของตนเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง J-20 ที่ผลิตออกมาเป็นเครื่องบินรบที่มีเป้าประสงค์จะเข้ามาต่อกรกับเครื่องบินรบของสหรัฐเช่น F-22 ,F-35 ที่ล้วนเป็นเครื่องบินยุคที่ 5 ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งอย่างไต้หวันย่อมมองด้วยความพรั่นพรึงอย่างแน่นอนต่อการครองน่านฟ้าเหนือช่องแคบไต้หวัน โดยการประจำการเครื่องบินรบรุ่นนี้ในอนาคตของจีนส่วนหนึ่งจะต้องอยู่ใกล้กับช่องแคบไต้หวันเพราะเป็นพื้นที่ที่จีนจะต้องครองอากาศเอาไว้ให้ได้เร็วที่สุดถ้าเกิดสงคราม ซึ่งเป็นไปได้ว่าถ้าเกิดการปะทะขึ้นเครื่องบินที่มาปะทะจะเป็นเครื่องบินในยุคเดียวกันอย่าง F-35 หรือ F-22 ขณะที่ไต้หวันเองย่อมจะต้องตอบโต้กลับด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินรบประเภทเดียวกันจากสหรัฐเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น F-35 ที่กำลังพัฒนาอยู่ในเวลานี้

การพัฒนาเครื่องบินรบแบบล่องหนนี้นอกจากสถาปนาขีดความสามารถทางการรบที่มากขึ้นของกองทัพอากาศจีนแล้วยังทำให้ยุทธศาสตร์ของจีนเป็นในเชิงรุกมากขึ้นเพราะเครื่องบินชนิดนี้เป็นเครื่องบินเชิงรุกทางยุทธศาสตร์ การสร้างอำนาจต่อรองทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกไกลของจีนจะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น นั่นย่อมทำให้ประเทศในเอเชียต้องมองจีนในมุมอีกด้านถึงความแข็งกร้าวทางทหารที่จีนเริ่มสะสมกำลังทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการดำเนินนโยบายการต่างประเทศนอกเหนือจาก Soft Power ที่จีนทำมาตลอด

เปรียบเทียบภาพด้านข้างของเครื่องบินขับไล่ J-10 กับเครื่องบินขับไล่สเตลต์ J-20


เปรียบเทียบภาพด้านข้างของเครื่องบินขับไล่สเตลต์ J-20 จีน, T-50 รัสเซีย, F-22 สหรัฐฯ

จีนเตรียมผุดศูนย์การค้าขนาดยักษ์ในไทย

ศูนย์การค้าดังกล่าวมีมูลค่าถึง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้พ่อค้าสามารถส่งออกสินค้าที่ผลิตจากจีนไปรอบโลกได้โดยไม่ถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าส่งออกในอัตราที่สูงมากเฉกเช่นชาติตะวันตก ทั้งนี้ พ่อค้าชาวจีนกว่า 70,000 รายต่างคาดหวังที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจใน “มหานครแห่งการค้าจีน” (China City Complex) ดังกล่าว ซึ่งมีอาณาบริเวณราว 500,000 ตารางเมตร และมีที่ตั้งบริเวณชานเมืองกรุงเทพฝั่งตะวันออก นายหยาง ประธานสมาคมส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจอาเซียน-จีน กล่าวว่า จีนได้ลงนามความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนมกราคม 2010 อันนำไปสู่การลดหรือยกเลิกภาษีสินค้า

(การจัดทำ FTA ระหว่างจีนกับอาเซียนดังกล่าวนั้นส่งผลให้ภาษีสินค้าปกติลดลงเหลือเพียงร้อยละ 0 นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2010 ซึ่งครอบคลุมสินค้ากว่าร้อยละ 90 ส่วนอีกร้อยละ 10 นั้นยังคงเป็นสินค้าอ่อนไหวที่จีนต้องการปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศ)

แผนการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาสหรัฐฯ ที่ขาดดุลการค้าจีนถึง 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่สหภาพยุโรปขาดดุลการค้าจีนอยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อันเนื่องมาจากการซื้อสินค้าส่งออกจากจีนเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ การค้าเกินดุลของจีนจึงกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่พยายามจะหาทางรักษาส่วนแบ่งการตลาด

แม้ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกแต่จีนก็ยังคงรักษาสถานะทางการค้าได้อย่างแข็งแกร่ง การส่งออกในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมามียอดพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 34.9 จากปีก่อนหน้า และมีมูลค่าถึง 1.53 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าจีนมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วกว่าทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป การรายงานจาก China Daily ระบุว่า ศูนย์การค้าดังกล่าวจะขายสิ่งทอ เครื่องประดับ เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ผลิตจากจีน ศูนย์การค้าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคมและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน